[01 St/ Septemper – 10082013-335]

พอดีว่าลูอยากเขียนอะไรที่ไม่ต้องกังวลมาก และขณะเดียวกันก็เหมือนเล่าเรื่องของตัวเองไปด้วย

บทความไดอารี่เรื่องนี้จึงเกิดขึ้นค่ะ

 

น่าจะเรียนว่านิยายกึ่งอัตชีวประวัติก็ได้ค่ะ

เป็นเรื่องราวหลังจากที่ลูลาออกจากงานมาเริ่มเรียนทำขนมขายด้วยตัวเองค่ะ

 

ซึ่งเรื่องสตอรี่นี้จะเริ่มตั้งแต่เอนทรี่นี้เป้นต้นไปค่ะ

เรื่อง

“บันทึกของเจ้าหญิงดาร์กเมด”

 

เพราะอะไรถึงชื่อนี้อ่านในสตอรี่ได้ เนื้อเรื่องไม่ยาว ประมาณหนึ่งถึงสามเอสี่ ต่อตอน

คิดว่าน่าจะเหมาะกับคนที่ขี้เกียจอ่านที่แบบว่ายาวไปไม่อ่านด้วย แฮ่

 

 

ขอเชิญค่ะ

 

บันทึกของเจ้าหญิงดาร์กเมด

                 

ตอนที่  หนึ่ง 8กันยายน แล้วลูก็เป็นเมด

แล้วลูก็กลายเป็นเมด (แม่บ้าน) และทำงานอิสระ 

                ก็ลาออกมาจากงานพิเศษมามาตั้งเริ่มใหม่อีกครั้ง หลังจากเพียรพยายามทุกๆ อย่างเท่าที่ทำได้แล้ว จนได้เห็นว่านี่เป็นทางสุดท้ายที่จะเดินได้ ความจริงเรื่องที่ทำให้ทุกอย่างมันลงเอยจนได้ผลลัพธ์แบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ยาวเอาเรื่อง ถ้าจะให้เล่าย่อๆ คือ ความจริงลูเป็นคนไม่เอาไหนเลย ไม่สามารถทำให้บริษัทหรือองค์กรไหนเชื่อใจได้ว่าสามารถทำงานให้ได้ (ไม่เคยเข้าใจเลยว่าคนต้องการลูกน้องที่ความสามารถแต่กลับวัดความสามารถด้วยตัวเลขส่วนหนึ่งที่สามารถวัดแค่ศักยภาพคนในมุมหนึ่งเท่านั้น และระบบการศึกษากลับยุ่งเหยิงจนคนชักไม่ใช่คน ถ้าจะให้บ่นคงยาวเกินไป) และลูก็ไปได้งานพิเศษฝึกงานกับญาติลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง ลูพยายามทุกอย่างที่ทำได้ ประหยัดทุกบาททุกสตางค์เพื่อหวังว่าเงินที่ได้มาจากหยาดเหงื่อนี้จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ขณะเดียวกันก็เริ่มมีความรักครั้งแรก โชคชะตาเล่นตลกกันอีกครั้ง หลังจากที่ทำให้ลูเหมือนจมอยู่กับความสิ้นหวัง แล้วเหมือนกำลังจะเดินทุกอย่างไปได้สวย กลายเป็นว่า คนที่ชอบนั้นไม่รู้คิดอะไรอยู่ ก็เลือกคบหากับแฟนแล้วพยายามทำให้เป็นของเขา แต่ลูก็ปฏิเสธต่อต้านทำให้เราไม่สามารถคบต่อไปได้ เป็นที่มาของการอกหักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ถึงอย่างนั้น ทั้งที่เขามีคนนั้นเป็นตัวเป็นตน เขาก็ยังพยายามให้มาหาเขา รักเขา สนใจเขา แล้วเป็นเขาให้ได้ บอกตรงๆ ว่าหลอนสุดๆไปเลย ให้ตาย) จากที่ทำงานไปได้สักพัก ก็ถูกไล่ออกจากบ้านด้วยความสัมพันธ์กับเจ้าบ้านที่ไม่ราบรื่นและตัวเจ้าบ้านก็เกลียดชังลูมาก ลูเขียนนิยายที่ใฝ่ฝัน เลยส่งประกวดหลายครั้ง เคยให้ทางสำนำพิมพ์พิจารณาหลายหน แต่ไม่ก็เคยผ่าน ความจริงก็เข้าใจว่าทำไม มันมีปัจจัยอะไรหลายอย่าง แล้วลูก็ต้องยุติเส้นทางที่กำลังเดินเพื่อก่อร่างสร้างตัวนี้ การ แต่ว่า ณ ตอนนี้กลับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริงเท่านั้น (ฟังดูเหมือนการ์ตูนแอ็คชั่นแฟนตาซีสำหรับเด็กผู้ชายแต่เป็นเรื่องจริง) ลูทำทุกอย่างมาหมดแล้ว ตั้งแต่เรียนจบเริ่มสมัครงาน เรียนคอร์สเพิ่มความสามารถ แต่ดูเหมือนคนในสังคมส่วนใหญ่ก็คิดว่าลูเป็นแค่ผู้หญิงที่ไม่เอาไหนเสียเลย จนอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองคือ ซาวาดะ สึนะโยชิ ไม่ก็โนบิตะ เหมือนถูกบังคับให้ต้องชินชาการถูกปฏิเสธ (ทั้งเรื่องสิ่งที่อยากทำ ความรัก งานอดิเรก ไปจนถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างการทำงาน หรือการเข้านอน) แม้ว่าจะต้องเสียน้ำตาแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเคยเสียใจว่าทำไมโชคชะตาถึงเป็นแบบนี้ แม้แต่ความรักที่เป็นความรักครั้งแรก ก็พังเสียจนเข็ดหลาบไม่อยากมีความรักอีกต่อไป ทุกอย่างมันมืดตันไปหมดสำหรับฉันคนนี้ แต่ว่าฉันก็คิดว่าตัวเองได้เลือกเส้นทางนี้มาแล้ว ก็ควรจะดื่มด่ำกับชีวิตที่ไม่แน่ใจว่าจะเหลืออีกเท่าไหร่ดีกว่า

 

และนี่คือที่มาของเป็นเมดในเขตชนบทอันแสนไกลของลูเซียส

พอได้ย้ายกลับมาบ้านที่อยู่ต่างจังหวัด และเริ่มต้นที่จะทำงานบ้าน ขายขนม และคงวาดการ์ตูนเขียนนิยายที่รักและอยากทำ ก็เฝ้ามองว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไปไม่ใช่น้อย แล้วเมื่อมาอยู่บ้าน ก็ต้องเรียนทำขนมผ่านอินเตอร์เน็ต เรียนทำอาหาร ถ้าว่างพอก็ต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นกันลืม ซึ่งก็ไม่ค่อยมีเวลาในส่วนภาษาให้เท่าไหร่ และก็ต้องทำขนมเปี๊ยะขาย ทำความสะอาดบ้าน เขียนนิยาย (บางทีก็มีบทความวิชาการสังคม หรือสเตตัสบ่นถึงความเฮงซวยของสังคมให้คนไลค์บ้างเป็นครั้งคราว) แล้วก็อยากคอส(คอสเพลย์)ก็ต้องคอยทดลองศึกษาเครื่องสำอาง ดูแลตัวเองเพื่อความงามและสุขภาพดี ต้องคอสให้ได้ที่มีโอกาส และต้องฟิตเนสร่างกายเพราะการทำงานในห้องครัว ทำเกี่ยวกับอาหารมันเสี่ยงให้อ้วนง่ายกว่าตอนทำงานอย่างอื่น เพราะต้องชิม ต้องมีประสาทสัมผัสที่ละเอียด เอาใจใส่ความสะอาดของขนม และรายละเอียดของส่วนผสมขั้นตอนต่างๆ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะเพี้ยนไปหมด หลายครั้งฉันอดนอน และก็เกือบหน้ามืด วืดไปหลายครั้ง แต่ก็ยังไงซะในเมื่อสิ่งที่ลูต้องทำมีทั้งนิยาย การ์ตูน คอสเพลย์ อาหารขนม ฟิตเนส(ซึ่งหลังๆ ก็มีแบดมินตันกับเพื่อนบ้าง) ทำความสะอาด ก็เลยคิดว่า อย่างน้อยตอนนี้ก็ดีกว่าในอดีต และหัวใจก็ดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องอะไรกับความรักด้วย กลายเป็นว่าทุกวันนี้แต่ละวันคิดตลอดเวลาว่าเสร็จจากงานนี้ต้องทำอะไรแล้วต่อด้วยอะไร แล้วขาดตกบกพร่องอะไรบ้าง กลายเป็นคนจุกจิกไปไม่รู้ตัวเลย

บางทีตัวเองก็น่ารำคาญไม่น้อย ยุ่งทั้งงาน ความคิด และอารมณ์(ที่เปลี่ยนแปลงแปรปรวนได้เร็วยิ่งกว่าลมวูบเดียว แต่ดูเหมือนลูจะใจเย็นกว่าตอนเด็กมาก และก็สุขุมกว่า อ้อ สวยกว่าด้วย อย่างน้อยหน้าตาเป็นผู้เป็นคนกว่าตอนก่อน เคยเอารูปตอนปัจจุบันกับตอนเด็กมาเทียบกัน ลูแทบอายรูปในวัยเด็กมาก น่าเกลียด ดูแก่ และก็รังสีมืดมนกว่าตอนนี้อีก ไม่รู้ว่าทำไมตอนเด็กช่างงี่เง่าและก็จอมดราม่าเสียเหลือเกิน) ด้วยกิจวัตรที่ต้องเกี่ยวข้องกับขนมอาหารตลอดเวลา บางทีอาจจะมากกว่างานเขียนงานวาดรูปการ์ตูนด้วยซ้ำไป ด้วยแบบนั้นทำให้เพื่อนๆหลายคนบอกว่า ลูเซียสมีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะเป็นแม่บ้านแม่ศรีเรือนทุกประการ ซึ่งบอกตามตรงว่าไม่อยากได้สักนิด

เพราะ

หนึ่ง.                         อยากจะเก็บใจไว้ลิ้นชัก ไม่ต้องพบแล้วรักแท้ หากเป็นแล้วปรวนแปร อ่อนแอแล้วสิ้นหวัง (เอ่อ เหมือนชักจะพาเพลงเขาวิบัติไปนะ) เห็นแล้วว่าผู้ชายที่รอบตัวส่วนใหญ่แย่แค่ไหน

สอง.                         ลูแค่มีความสุขที่มีคนมีความสุขกับสิ่งที่ฉันทำให้ไม่ว่าจะงานเขียน งานวาด หรือแม้แต่ขนม อาหาร    

สาม.                        ลำพังชีวิตตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ไม่อยากดึงใครไปติดบ่วงกรรมความทุกข์ยากหรือเป็นภาระด้วย แง่หนึ่งคือไม่อยากให้เขาลำบาก อีกแง่หนึ่งคือ เอ็งท่านเกะกะอ่ะค่ะ (อืม)

 

แล้วทั้งหมดนี้ มานั่งทบทวน (ไม่เชิงนั่งหรอก ถูบ้านไป คิดไปอ่ะนะ เพราะเวลาไม่มีต้องทำอะไรหลายๆ อย่างในคราวเดียวกัน คิดว่าเราน่าจะเขียนอะไรสักอย่างที่ไม่ต้องกังวลกับพล็อต อยากเขียนอะไรก็เขียน แล้วจะว่าไปถ้าอยากจะบ่นเป็นแบบไดอารี่ออนไลน์จะมีใครอ่านมั้ยนะ อยากเขียนนิยายกึ่งอัตชีวประวัติแบบของคุณคิซาระ ฮายาชิ (นักเขียนคนโปรดลูเองค่ะ) เขียนเรื่องราว ฮาๆ แบบบริษัทจัดหารัก(ไม่)จำกัด ก็คงจะดี บางทีลูไม่ได้หวังว่าตัวเองจะร่ำรวยหรือมีความโด่งดังมาจากงานเขียนอยู่แล้ว แต่ที่ลูเขียนเพราะรัก รักจนทุกวันนี้ แล้วนี่คือที่มาของไดอารี่ในเฟสเรื่องนี้ ความจริงก็อดกังวลไม่ได้ว่า ว่าจะเขียนออกมาแบบดาร์กไปรึเปล่า บางคนอาจจะช็อกรับไม่ได้รึเปล่านะ เพราะหลายคนคิดว่าลูเป็นผู้หญิงแนวพี่สาวผู้อบอุ่น หรือไม่ก็สาวน้อยผู้หวานแหววน่ารักโมเอะ (ไม่ได้คิดเอง อันนี้ฟังมาจากคนรอบข้างจริงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีมุมนี้เลยจริงๆ เพราะคิดมาตลอดว่าตัวเองค่อนข้างจะแนวมืดมนและก็เอาแน่นอนไม่ได้ แบบว่าอินดี้อ่ะ ที่สำคัญเหมือนคือ ตัวลูหลายครั้งก็มีอะไรแปลกๆ ที่ไม่สามารถจะอธิบายยังไงเหมือนกัน บางครั้งอาจเป็นเรื่องของคนรอบข้างหรือแม้แต่ลูเองอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ตัวอย่างเรื่อง เซนซ์จิตสัมผัส หรือลางบอกเหตุผ่านความฝัน หรือเดจาวู (ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเคยผ่านเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก่อน)) เลยเป็นส่วนหนึ่งทำให้ฉันไม่ออกว่าตัวเองจะเรียกบันทึกนี้ว่าอะไรดีนะ

เพื่อนๆ.....คิดว่าอิฮั้น (เหมาะที่จะ) เป็นแม่บ้าน

ส่วนอิฮั้นคิดว่าตัวเองคือยัยมารร้ายตัวดาร์ก เอ.... จะว่าไปก็ไม่ร้ายเท่าไหร่ ดูเหมือนใจอย่าง ทำอย่างยังไงไม่รู้ เดาความรู้สึกตัวเองไม่ออก (แต่ไม่ได้ซึนเดเระนะ ถึงเพื่อนๆ กว่ายี่สิบคนจะเรียกแบบนั้นก็เถอะ) บางทีอาจจะเป็นเจ้าหญิงก็ได้มั้ง ไม่ได้เป็นเจ้าหญิงแบบว่าผู้สูงศักดิ์สง่างามน่ารักชวนค่าแก่การชาบูทนุถนอมแต่อย่างใด หากแต่การเป็นเจ้าหญิงทำตัวที่ถูกกักขังในบ้านจนชินจนไม่ยอมออกบ้านถ้าไม่จำเป็น (เพราะกลัวแดด ฮ่า) ชื่อ เจ้าหญิงดาร์กเมดละกัน แม้ที่จริง ลูอยากจะเป็นแม่มดผู้ที่เรียนวิชาทำอาหารเสกของดิบให้กลายเป็นของทิพย์เลิศรสแบบนั้น แต่คิดว่าตัวเองไม่น่าขั้นเทพแบบนั้นนะ เพราะยังอ่อนหัดอยู่มาก เอาล่ะ เจ้าหญิงดาร์ดเมดละกัน คล้ายๆ กับคำว่า ดาเมจดี (ซึ่งถ้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษแล้วเอามาถอดให้เป็นเขียนแบบอังกฤษโบราณ ก็จะกลายเป็น เจ้าหญิงดาร์กไมเดน คือ เจ้าหญิงสาวบริสุทธิ์ผู้มืดมน นั่นแหละ เหมาะกับฉันเลย นี่แหละฉัน.... สิ่งที่ฉันอยากเป็น ฮู้ฮู)  

 

เพราะงั้นต้องวางไม้ถูบ้านลง มาพิมพ์เรื่องนี้ก่อน ก่อนที่เรื่องราวที่เกิดจากแรงบันดาลใจอินสไปเรชั่นจะหายไปพร้อมกับประกายไฟความอยากเขียนจะดับมอดลงซะก่อน

 

หวังว่าจะชอบเรื่องนี้นะคะ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาค่ะ

ありがとございます.

แล้วเจอกันใหม่ค่ะ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เป็นกำลังใจให้นะคะ เจ้าหญิงดาร์กเมด ^^

#1 By seaukun on 2013-09-10 21:09