[Diary][Luciuz's back] [Update]เรื่องราวมึนๆ ยาวๆ

posted on 14 Aug 2013 16:08 by keshet-d-luciusz in Diary directory Diary, Idea

 [01/ August - 14082013-325]

 

ลูเซียสกลับมาดูบล็อกร้างๆ หวังมาจะปัดฝุ่นตกใจกับเอนทรี่ที่ขึ้นมาเอง พรวดพราด

เอ๊ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น

 

พอเล็งๆ ดู อ่อ นี่เล่นเชื่อมโยงกันหมดเลยนี่หน่า

 

ปกติแล้วลูเซียสจะมีเล่นที่เฟสบุ้คบ่อยๆ ไม่ค่อยได้มานี่ ยิ่งเอ็กซ์ทีน หลังๆ ล้มบ่อย

ยิ่งไม่ค่อยได้มาเลย

เลยต้องจัดการสักหน่อย

เอาเดลฟิซออก

เอาที่แจ้งเรื่อง แท็กผ่านทางเฟส ออก

โอย อะไรจะวุ่นวายขนาดนี้เนี่ย

 

เคยคิดจะปิดบล็อกถาวรอยู่หลายครั้งแต่สุดท้าย ก็ได้แต่เก็บไว้มาแวบดู นานๆ ทีจะเข้ามาอัพสักครั้ง

บางทีก็มีอัพเอนทรี่ก็ลบทิ้งในห้านาที บางทีก็อ่านแล้วก็พับเก็บไป บางทีแวบมาดูบล็อกเพื่อนๆ ก็มาเม้นบ้าง เป็นผีบล็อกบ้าง ว่ากันไป

เรื่องราวที่เกิดขึ้นเยอะแยะจนตั้งตัวไม่ทัน บางทีไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น

แปดเดือนที่ผ่านมา ลูเซียสลงไปกรุงเทพ ทำงานพิเศษที่ร้านของพี่สาวที่เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องค่ะ

ก็เรื่องอะไรเยอะแยะไปหมด

แปดเดือนนี่เร็วเหมือนสามเดือน แต่ความรู้สึกเหมือนเป็นปี

น่าประหลาดมากเลยค่ะ

 

มันเป็นช่วงเวลาที่ลูเซียสได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องคน เรื่องความรัก และที่สำคัญ ทำให้ลูเซียสแน่ใจในทิศทางที่ตัวเองอยากไป

 

ไม่รู้ว่ามีใครเข้ามาที่นี่มั้ย ถ้าเข้ามาพูดคุยก็ยินดีค่ะ

ตอนนี้ลูเซียสออกมาจากงาน ก็เริ่มงานเล็กๆ ของตัวเอง และจะพยายามขยับขยายเติบโตด้วยตัวเอง

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ลูเซียสพอจะมีเวลาบ้าง (แต่โอกาสเรื่องไปคอส ไปเที่ยว ลดน้อยลงไป)

 

ที่บ้านลู ลูค่อนข้างมีปัญหากับที่บ้านค่ะ เพราะแนวคิดที่แตกต่างกันมากๆ

ลูเซียสมีความคิดอย่าง ผู้ใหญ่ที่บ้านมีความคิดอีกอย่างค่ะ

ลูมีความคิดมาตลอดที่ว่าผู้ใหญ่หลายคนที่ลูรู้จัก นิสัยแปลกๆ ร่วมกันมา และบางท่านก็แนวคิดที่แตกต่างออกจะแนวอคติต่อสังคมด้วยซ้ำไป แล้วตัวลูเซียสก็รุ้สึกว่าตัวเองต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ ถึงจะลำบาก แต่ว่าถึงอย่างไร ลูไปทางอื่นที่ไม่รู้จะไปเริ่มต้นอย่างไร

 

ตอนนี้ ลูเซียสตั้งเป้าหมาย5- 7 ข้อค่ะ

ซึ่งก็มีเรื่องของสิ่งที่อยากทำ

ในเรื่องของ

นิยาย/การ์ตูน

คอส

ร้านของตัวเอง

ฯลฯ

 

ถามว่าโอเคกับที่เลือกมั้ย

ลูเซียสคิดว่าแบบนี้ก็ยอมรับได้นะคะ

ถึงหลายครั้งรู้สึกว่าโชคชะตามันโหดร้ายไปหน่อย

 

ตั้งแต่เรียนจบมา ก็โดนกดดันอะไรหลายๆ เรื่อง ซึ่งลูเซียสคิดว่าไม่ว่าใครคงโดนมาทั้งนั้น และหลายคนคงโดนมาเหมือนกับลูหลายประเด็น เช่น

เรื่องที่ผู้ใหญ่พยายามให้เราเลือกในสิ่งที่เราไม่อยากเลือก (บอกตามตรงนะคะ ลูเซียสนั้นถึงจะเรียนเกี่ยวเรื่องของแนวคิด วัฒนธรรม สังคม ซึ่งต้องอยู่กับความคิดคน แต่ไม่ได้แปลว่าจะสอนคนได้นะคะ ผู้ใหญ่อยากให้ลูเป็นครู เพราะความมั่นคง แต่ลูคิดว่านั่นไม่เหาะกับลูเอาซะเลย ลูสอนคนไม่ได้ ลูไม่ได้มีอำนาจทำให้คนเคารพสยบยอมและเข้าใจในสิ่งที่เรียกว่า สั่งสอนได้ขนาดนั้น)

 

                เรื่องที่เราอยากเป็น แต่ผู้ใหญ่ไม่อยากให้เดิน มาถึงตรงนี้ลูเซียสเชื่อว่า มีผู้ใหญ่หลายท่านไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมหลายเรื่องนะคะ ตัวอย่างง่ายๆ เช่น อาชีพฟรีแลนซ์ ซึ่งเป็นเหมือนงานรับจ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสายงานที่เลือกและการตัดสินใจของคนที่จะไปด้วย หลายคนได้อ่านฟรีแลนซ์บล็อกหลายๆ ท่านที่ได้อธิบายกล่าวถึงไปเยอะแล้ว ก็คิดว่าตรงส่วนนี้น่าจะช่วยทำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจในส่วนถึงความไม่พอใจที่ผู้ใหญ่ไม่อยากให้เราเลือกอาชีพนี้ได้ดีนะคะ

เราต้องเข้าใจว่า ผู้ใหญ่ไม่อยากให้ทำเพราะอะไร (ที่เราเจอๆ ก็เห็นจะเป็นเรื่องความเสี่ยงสูง เรื่องที่ไม่มีความมั่นคง รายได้ไม่แน่นอน จะเอาอะไรมาเลี้ยงปากท้องบลาๆ ซึ่งถ้ามองโลกในแง่ดี ก็อาจจะเป็นว่า อ้อท่านเป็นห่วงนะ แต่ใครมองโลกอีกแง่หนึ่งก็พบว่า ท่านกังวลเรื่องการเงินในบ้านจะสะดุดฝืดเคือง)

ลูรู้สึกว่าตัวเองเลวร้ายกว่านั้นคือ ไม่สามารถบอกใครได้ว่า ตัวเองทำอะไรอยู่ เพราะทำไปแล้วก็มีเหตุจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายเปลี่ยนไป เรื่อยๆ เช่น เดือนนั้นถึงเดือนนี้เรียน  ปีถัดมาย้ายไปทำงานอีกที่นึง มาอีกที อ้าว ออกจากงานแล้วเหรอ มาทำอะไรล่ะ ซึ่งผู้ใหญ่มองว่ามันไม่เป็นรูปร่างวางฐานที่มั่นคงแน่นอนเสียที ลูเซียสต้องวางแผนตลอดว่าจะทำอะไร พอเจอจุดวิกฤตไม่คาดฝัน ต้องมาคิดใหม่ว่าจะทำอะไรต่อ

 

ตอนนี้ ลูเซียสมาฝึกทำอาหาร-ขนม ที่บ้านตัวเอง เพื่อค่อยๆ เปลี่ยนร้านเก่าของคุณพ่อเป็นร้านขนมค่ะ

ลูเซียสออกจากงานตั้งใจมาอย่างนั้น คุยกับพี่สาวเอาไว้แล้ว

(ความจริง บอกผู้ใหญ่ไปอย่างนั้น แต่เราต้องวางแผนซับซ้อนกว่านั้น ทำให้ลูเซียสต้องมานั่งคิดแผนว่า เอาล่ะเมื่อเราตั้งใจว่าจะมาทางนี้ และต้องไปให้ได้ เรามีเป้าหมายอะไร ต้องทำอะไร จริงอยู่ว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คว้ามันมาได้ แต่ว่าถ้าไม่ลอง เวลาเรายิ่งหายไป แล้วถึงเวลานั้นคงเสียใจว่าไม่ได้เริ่มคงแย่แน่ๆ)

ลูเซียสบอกผู้ใหญ่ว่า ลูเซียสจะเริ่มงานเกี่ยวกับขายขนม

แต่ลูเซียสวางแผนและไม่ได้บอกผู้ใหญ่ที่ว่า

นอกจากงานขนมแล้ว งานเขียนนิยาย การ์ตูน และคอสเพลย์ ลูยังทิ้งไปไม่ได้ ลูยังทำอยู่อย่างเงียบๆ ทำได้มากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีเวลาแค่ไหน ทุกวันนี้ลูเซียสต้องปกปิดผู้ใหญ่บางคนว่าลูเซียสไม่ได้คอส คอสเพลย์คืออะไร ไม่บอก บางเพราะหลายครั้งผู้ใหญ่หลายคนดูแคลนที่ลูเซียสมีงานอดิเรกแบบนี้ แม้แต่คนที่รับรู้แล้วบางคนก็เหมือนเหยียดๆ ลูเซียสด้วยซ้ำไป

ผู้ใหญ่บางคนไม่อยากให้ลูเซียสวาดรูป บางทีลูเซียสน้อยใจเหมือนกันว่าทำไมมองงานอดิเรกลูเซียสเหมือนเป็นยาเสพติดร้ายแรงแบบนั้น ลูเซียสไม่ได้ทำอะไรเลวร้ายขนาดนั้นเลย และไม่เคยจะทำด้วย

และก็น้อยใจหลายครั้งที่เขาเหมือนกับว่าไม่ไว้ใจลูเซียสลูเซียสอยากจะออกไปหาเพื่อน ไปหารุ่นน้องที่คิดถึง ก็ออกไปไม่ได้

เพราะพวกเขาไม่อยากให้ไป ขนาดลูบอกว่า อยากไปเยี่ยม เพราะน้องเค้าดูเหมือนไม่สบายใจ

แต่สิ่งที่เค้าตั้งคำถามมาคือ ทำไมไม่ส่งไลน์

ลูเซียสไม่เข้าใจว่าเค้าอยากให้ลูไม่คบกับเพื่อน หรือว่าอย่างไร แต่ยังไงลูต้องเข้าใจว่า ท่านเองพอมีครอบครัวแล้ว ท่านก็ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนอีกเลย ไม่ได้ออกไปเที่ยว ไม่ได้ออกไปไหน ราวกับว่าบ้านเป็นทั้งบ้านและคุกในเวลาเดียวกัน ลูเซียสอ่านผลงานของอาจารย์ คิมรันโด (เพราเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด กับ กี่พันครั้งที่หวั่นไหว กว่าจะเป็นผู้ใหญ่) ทำให้ลูเซียสไม่ค่อยรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าไหร่ เพราะเราเริ่มเข้าใจมากขึ้นซึ่งก็ไม่ได้เชื่อเค้าทั้งหมดนะคะ เราอ่านแล้ว ได้เห็นมุมที่ต่างความจริงที่เราไม่เคยเห็นมารกก่อน เรายอมรับมันบ้าง เราเข้าใจในแบบของเรา และคิดว่าจะต้องทำอย่างไร ลูเซียสมาดูลูกเล่นของเฟสบุ้คที่เดี๋ยวนี้มันสามารถบอกฟิลลิ่งเจ้าของสถานะได้ด้วยขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกอะไรเป็นแบบไหน ลูเซียสก็คิด อ่ะ จะว่าไป มนุษย์เรามีอารมณ์ความรู้สึกที่เยอะแยะและก็ซับซ้อนนะ แต่ว่าเวลานี้

ลูเซียสเกือบจำไม่ได้ว่าความรู้สึกที่ได้หัวเราะเต็มที่เป็นยังไง

เกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยมีความรู้สึกเกรี้ยวกราด เมื่อเจอเรื่องเลวร้ายสุดๆมาเหมือนกัน

ความจริงแล้วลูเซียสเคยร้องไห้แทบจะเป็นคนบ้ามาหลายครั้งเหมือนกัน

 

เพราะที่ผ่านมา ลูเซียสถูกจำกัดให้ต้องควบคุมความรู้สึก อดทนกับปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกอย่างมีกรอบพร้อมเหตุผลขึ้นมาทั้งนั้น ทั้งเวลางาน เวลากลับบ้าน และเวลาที่อยู่เพียงลำพัง

เราทำแบบนี้ไม่ได้นะ เพราะนี่เป็นการเสียมารยาท เราร้องไห้ไม่ได้นะ เพราะนั่นทำให้เราดูไม่ดี เราเสียใจไม่ได้ เพราะทำให้เราทำงานต่อไม่ได้ อะไรอะไรต่ออะไรมากมายที่ขึ้นมาให้เราต้องจำเป็นที่เลือกแบบนี้ รู้สึกตัวอีกที เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป แล้วนี่เราทำอะไรอยู่ แบบนั้น

นี่เราอยู่กับอะไรน่ะ?

รู้สึกตัวอีกที ตอนที่มีคนบอกว่าลูเซียสลำบากเกินไป และสิ่งที่ลูเซียสได้รับมันโหดร้ายมาก (ลูเซียสไม่แน่ใจว่าควรจะเล่าเรื่องนี้ที่นี่ดีมั้ย เพราะมันมีทั้งเรื่องที่แนวคิดและเนื้อหาที่รุนแรง และการพูดถึงตัวบุคคลที่เขาอาจจะสาวมาหาเรื่องลูหรือเปล่าแต่จริงๆ ลูเซียสกับเค้าไม่ยุ่งเกี่ยวต่อกันแล้วนะคะ)

 

แปดเดือนที่ทำงานมาเหมือนเป็นทั้งโอกาสและชะตากรรมที่ร้ายกาจในเวลาเดียวกัน

ที่นี่เหมือนเป็นที่เดียวที่ลูจะคุยกับใครอย่างสบายใจ หรือถ้าไม่มีใครสนใจอย่างน้อยที่นี่ก็คือที่ลูอยากเก็บและเขียนเรื่องราวความรู้สึกตัวเองลงไป ได้ลงความคิดความรู้สึกที่อึดอัด หรือสิ่งที่อยากบอกลงที่นี่ได้ นอกจากนี้ก็มีเฟสบุ้ค แต่เฟสบุ้คต้องเลือกที่จะโพสท์ลงเพราะหลายครั้งก็มีคนตามส่องลู แบบเพื่อผลประโยชน์อะไรบางอย่างเหมือนกัน แต่ข้อดีของเฟสคือ เปิดง่าย คลิกเดียวโพสท์จบ แต่ว่ารายละเอียดที่จะเลือกว่าปกปิดใคร อะไรยังไงก็อีกเรื่องหนึ่ง ลูรู้สึกว่าห้องเล็กๆ ของลุ อาณาจักร ความฝันเล็กๆ ของลู หลายครั้งก็โดนจำกัดด้วยอะไรหลายอย่างเหมือนกัน ไม่ว่าจะบล็อก จะไลน์ หรือเฟสบุ้ค ทั้งเพจ ทั้งที่เป็นเฟสโพรไฟล์ ค่ะ

ลูเซียสไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ต้องควบคุมเด็กขนาดนั้น ไม่ว่าจะผู้ใหญ่ในบ้าน หรือว่าสังคมที่เห็นได้ข่าวว่าเมืองไทยจะควบคุมไลน์ เพราะ แอพไลน์เริ่มจะขัดต่อความมั่นคงของชาติ (เอ่อ นี่อิฮั้นเล่นไลน์ก็ต่อบั่นทอนต่อความมั่นคงของชาติด้วยฤามังคะ????)

สำหรับลูเซียสแล้วผู้ใหญ่เข้าใจยากนะคะ

อยากให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ที่โรงเรียนบังคับทรงผมเสื้อผ้า บางทีขั้นจำนวนกิ๊บผมและลักษณะกิ๊บผม

อยากให้เด็กมีความกล้าแสดงออก แต่ต่อต้านการให้เด็กแสดงความคิดเห็น การออกเวที หรือแม้แต่การให้เด็กแสดงจุดยืนของตัวเอง

 

ไม่รู้ว่าสังคมนี้มันเป็นอะไรกันไปแล้ว

 

ความจริงที่ลูอยากอัพเอนทรี่ต่อไป คือภาพที่วาด

ขนมที่ลูทำ

และก็ภาพส่วนตัวนิดหน่อยๆ

Diary ตัวเองเกิดอะไรขึ้นบ้างที่ผ่านมา ก่อนไปทำงาน ทำงาน และตอนนี้

บางทีอยากทำฮาวทูนะคะ แต่ฮาวทูที่เลือกมาลงคงจะเป็นที่ใกล้ๆ ตัว อย่าง ขนม เครื่องสำอาง การเขียน การวาดของตัวเอง

บางทีก็อยากเขียนอะไรสนุกๆ อย่าง เมนูดูตัวที่ผ่านมาหรือรีวิว วรรณกรรม ใครมีอะไรน่าสนใจมาแนะนำก็มาคุยทั้งที่นี่และที่เฟสลูได้นะคะ

(ออกแนวแม่บ้าน????)

 

ขอจบตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวจะกลายเป็นยาวไปไม่อ่าน เนอะ

 

แปะภาพ

;w; วาดแบบไม่คิดน่ะค่ะ

 

ขอบคุณที่เข้ามา ขอบคุณที่เข้ามาพูดคุยนะคะ

แล้วเจอกันใหม่ค่ะ

ありがとございます.

 

PS. ลูเซียสก็คิดถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนเหมือนเดิมค่ะ

 RPS.Luciuz's Facebook Page ของ ลูเซียส เองค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet